คาริม เบนเซมา

 

ถ้าจะพูดถึงกองหน้าทีมชาติฝรั้งเศษที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวชูโรงของวงการลูกหนังเมืองน้ำหอม ก็คงหนีไม่พ้น คาริม เบนเซม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เขาพัฒนาฝีเท้าให้ตนเองกลายเป็นดาวยิงอันดับต้นๆของโลกไปแล้วในขณะนี้ และยังเป็นศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของทีมชาติฝรั่งเศษในชุดปัจจุบันเบนเซม่า เป็นผลผลิตของทีมเยาวชนลียง ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี โดยนอกจากจะเป็นหัวหอกตัวเป้าในการเล่นระบบ 4-3-3 ของทีมแล้ว เบนเซม่า ยังสามารถเล่นในตำแหน่งปีกทั้งสองข้างได้ด้วย และเขาสามารถทำประตูได้ทันทีในการลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก ในเกมที่พบกับ โรเซนบอร์ก ฤดูกาล 2005/06 ซึ่งเป็นการทำสกอร์ได้ก่อนลีก เอิงด้วยซ้ำไปในฤดูกาล 2007/08 เบนเซม่า ก็เริ่มเป็นที่รู้จักไปในวงกว้าง หลังกดไป 31 ประตูในการลงสนาม 52 นัดด้วยฟอร์มการถล่มประตูที่ร้อนแรงดังกล่าวทำให้มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจ้องจะดึงตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งรวมไปถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด แต่เขาออกมาบอกว่าไม่มีทางย้ายแน่นอนนอกจากจะทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในลีกแล้ว เบนเซม่า ยังช่วยให้ ลียง ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรก หลังจากเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมดังจากฝรั่งเศส บุกไปเอาชนะ เรนเจอร์ส ได้ถึงไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม 3-0เบนเซม่า เคยได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีในฝรั่งเศส โดยมีเพื่อนร่วมทีมลียง อย่าง ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปครอง ดาวเตะวัย 20 ปีในขณะนั้นถูกยกย่องว่าเป็น “นิว ซีดาน” เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังมีเชื้อสายแอลจีเรียนเหมือนกันด้วย แต่ที่ เบนเซม่า เหมือนกับ ซีเนอดีน ซีดาน มากที่สุดก็คือสไตล์การเล่น โดยเฉพาะเวลาที่เขาพาบอลตะลุยเลี้ยงหลบกองหลังในฤดูกาล 2008/09 กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ก็ตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญากับ ลียง ออกไปอีกเพื่อสยบข่าวลือเรื่องย้ายทีม และการเซ็นสัญญาครั้งนี้จะทำให้เขาอยู่กับแชมป์ลีกเอิงไปจนถึงฤดูกาล 2013 และมีอ็อปชั่นต่อสัญญาเพิ่มอีก 1 ปีได้อีก และหลังจากการเซ็นสัญญาก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในแดนน้ำหอมทันทีถึงอย่างไรทีมอย่างลียงที่ชอบปล่อยนักเตะด้วยค่าตัวแพงๆอยู่แล้วแล้วนั้น ก็ไม่อาจจะทนแรงกดดันจากราชันชุดขาว เรอัล มาริดยักษ์ใหญ่แห่งลีกสเปนได้ จึงจำใจต้องปล่อยกองหน้าที่ดีที่สุดของทีมออกไปในฤดูกาล 2009/10 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 35 ล้านปอนด์เบนเซม่า เริ่มต้นฤดูกาล 2009/10 ในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ได้ไม่สมกับค่าตัวที่ย้ายมาจากลียง เพราะเขาลงเล่นให้กับชุดขาวไปทั้งหมด 33 นัด ยิงได้เพียง 9 ประตูเท่านั้น จึงทำให้หลายคนคิดว่าเขาไม่มีศักยภาพเพียงพอกับทีมใหญ่แบบมาดริด แต่เขาออกมาให้สัมภาษณ์ว่าในฤดูกาลถัดไปจะเป็นปีของเขาอย่างแน่นอน

 

ฤดูกาล  2010/11 เป็นปีที่ 2 ของเขาหลังจากย้ายมาจากลียง และในปีนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เข้ามาคุมทัพและให้โอกาสเขาลงสนามมากขึ้นจนทำให้เขาซัดไป 26 ประตูจาก 48 เกมที่ลงเล่นทั้งหมด และสามารถทำสถิติให้ตนเองด้วยการยิงใส่คู่แข่ง 2 ลูกได้ึถึง 3 เกมติดต่อกันในเกมลีก ถือว่าเป็นการปรับตัวที่ดีในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว และเป็นการร่วมงานที่ดีระหว่างเขากับ มูรินโญ่   ต่อมาในฤดูกาล 2011/12 ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของเขากับ เรอัล มาดริด อย่างแท้จริงเพราะเปิดหัวมาเขาก็ยิงใส่คู่ปรับตลอดการอย่างบาร์เซโลน่าได้ทันทีในเกมซูปเปอร์คัพถึงแม้จะแพ้ไปในที่สุดก็ตาม แต่ถึงอย่างไรในฤดูกาลน้เขาก็สามารถยิงประตูในหนึ่งฤดูกาลได้เยอะที่สุดในชีวิตค้าแข็งของเขาด้วยสถิติ 32 ประตู ในการเล่นทั้งหมด 52 เกมมาถึงฤดูกาล 2013/14 เป็นฤดูกาลที่เขาหวังว่าจะทำสกอร์ให้ได้อย่างต่อเนื่องอย่างทีผ่านๆมา และยิ่งปีนี้ เรอัล มาดริด ได้ขาย กอนซาโล อิกวาอิน กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ออกไปจากทีมทำให้เขากลายเป็นกองหน้าตัวเป้าเบอร์ 1 ของทีมไปทันที และพอเริ่มฤดูกาลมาเขาก็ยังโชว์ฟอร์มเทพด้วยการซัด 2 ประตูจาก 2 เกมแรกในลีก แล้วก็มายิงใส่กาลาตาซาราย ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 2 ลูก

ปีนี้เราทุกคนต้องคอยเฝ้าดูว่าเขาจะสามารถทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างที่ผ่านๆมาได้หรือไม่และในทีมชาติฝรั่งเศษที่เขาเป็นดาวยิงหมายเลข 1 ของทีม เขาจะสามารถพาทีมเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่บราซิลได้หรือไม่เราต้องติดตามและให้กำลังใจกันต่อไป

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *